ที่พักแนะนำในภูเก็ต

-


ชอบเรื่องนี้ช่วยกด Like กด Share ให้ด้วยนะครับ

รีวิว สันติ์สุริย์ ภูเก็ต เติมเต็มความสุขและความประทับใจในวันหยุดพักผ่อน

สันติ์สุริย์ ภูเก็ต (SUNSURI PHUKET) ที่พักระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ใกล้กับหาดในหาน ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต  ซึ่งเป็นหาดที่สวยที่สุดในประเทศไทย และอยู่ไม่ไกลจากแหลมพรหมเทพ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งของไทย ด้านหน้าโรงแรมมีหนองหานซึ่งมีน้ำใสตลอดทั้งปี ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนเชิงเขา มีความเขียวชอุ่มของต้นไม้ และยังช่วยให้อากาศร่มรื่น


สำหรับการพักผ่อน 3 วัน 2 คืน ที่ สันติ์สุริย์ ภูเก็ต ผมและครอบครัวพูดได้เต็มปากว่า "ประทับใจมากๆๆๆๆ" ประทับใจในหลายๆ ด้าน เริ่มจากการออกแบบของตัวรีสอร์ที่ดูลงตัวมากๆ วางตัวอาคารตั้งเป็นรูปตัว U และมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ในส่วนของตัวอาคารถึงแม้จะมีหลายอาคาร แต่การวางผังตัวอาคารที่ทำให้อาคารแต่ละหลังไม่บดบังทัศนียภาพของอาคารหลังอื่นๆ ทางด้านหลัง ก็ถือว่าเป็นการใส่ใจในความรู้สึกของลูกค้าเป็นอย่างดี 


ความประทับใจที่สองคือเรื่องการบริการ เพราะว่าตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่ เมื่อเราเดินผ่านพนักงานทุกคนจะยิ้มและทักทายพวกเราตลอด

ความประทับใจที่สาม ความประทับใจที่สี่ ที่ห้า ที่หก มีตามมาอีก ผมว่าเราไปดูรูปและรีวิวประกอบภาพกันก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวเรื่องความประทับใจทั้งหมดผมพูดถึงไปเรื่อยๆ และจะสรุปในตอนท้ายอีกทีนึง

บริเวณล็อบบี้ มีต้นเสาไม้สักจำนวนแปดต้น ตั้งค้ำเอาไว้ ดูแล้วแปลกตา ตั้งแต่เริ่มก้าวเท้าเข้ามาเลย


หันไปทางด้านขวามือ จะเป็นกิ๊ฟช็อป ซึ่งเมื่อก่อนนี้เคยเป็นห้องสมุด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมจะพูดถึง เพราะสิ่งที่สะดุดตาผมคือ ผนังห้องที่ติดตัวหนังสือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของจังหวัดภูเก็ต เต็มทั้งผนัง ซึ่งนอกจากดูสวยงามแล้ว ยังทำให้กระจกบริเวณนี้มีความน่าสนใจ และไม่ดูโล่งเกินไปอีกด้วย



ทางด้านซ้ายมือเป็นบริเวณล็อบบี้ต้อนรับ พวกเรามาเช็คอินน์ตรงนี้ครับ

ตรงผนังด้านหลังของเจ้าหน้าที่ต้อนรับ ทำเป็นตู้โชว์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยถ้วย ไห แก้ว ชาม ที่มีลวดลายแบบจีน ซึ่งดูแล้วเป็นการผสมผสานกับรูปแบบของตัวอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบไทยได้อย่างลงตัว



และอีกหนึ่งไฮไลท์ตรงบริเวณล็อบบี้ก็คือ น้ำตกเทียมขนาดใหญ่ ที่ทำให้สัมผัสแรกเมื่อก้าวเข้ามาภายในรีสอร์ทแห่งนี้รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านล่างมีฝูงปลาจำนวนมากว่ายเวียนไปมา สร้างบรรยากาศให้เหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติเป็นอย่างดี


หลังจากเช็คอินน์เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาพวกเราขึ้นไปห้องพัก โดยใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่เราเรียกกันว่า บั๊กกี้ เพราะว่าทางขึ้นไปห้องพักเป็นทางค่อนข้างชัน ถ้ามาถึงที่นี่ใหม่ๆ จะรู้สึกว่าเดินไม่ไหว แต่อยู่ไปซักพักจะเดินจนชินเลย


ทางขึ้นคดเคี้ยวและชัน ระหว่างทางนั่งรถขึ้นไปก็สนุกตื่นเต้นกันแล้ว


สำหรับลูกค้าที่พักอยู่ในรีสอร์ท สามารถใช้บริการรถบักกี้ ได้ตลอดเวลาครับ เราโทรเรียกมารับที่ห้องได้เลย หรือ ถ้าใครชอบเดินก็สามารถเดินได้ ส่วนตัวผมก็ชอบเดินดูโน่นดูนี่ไปเรื่อย ไม่ค่อยได้ใช้บริการรถบักกี้ซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายรูป ผมว่าที่นี่มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะเลยล่ะครับ


หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปเดินดูห้องพักในแบบต่างๆ กันเลยดีกว่าครับ



ห้องพัก

ห้องพักที่สันติ์สุริย์ มีทั้งหมด 132 ห้อง โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้
  1. Superior 44 ห้อง
  2. Deluxe 58 ห้อง
  3. Grand Deluxe 18 ห้อง
  4. Suite 8 ห้อง
  5. One Bedroom Ocean View Pool Villas 3 ห้อง
  6. Two Bedroom Pool Villa 1 ห้อง
สำหรับห้อง One Bedroom Lake View Pool Villas   อีก 10 ห้อง สามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงตรุษจีนปี 2559


อย่างที่ได้พูดถึงเรื่องการออกแบบของที่นี่ไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เค้าออกแบบได้ดีมากๆ ครับ เพราะว่าตัวอาคารแต่ละหลังไม่บดบังทัศนียภาพกันเลย เท่าที่ทราบมารีสอร์ทแห่งนี้ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างนานถึง 6 ปีเลยทีเดียว ซึ่งเจ้าของเป็นวิศรกร ดูแลการก่อสร้างด้วยตัวเอง และที่ใช้เวลาสร้างนานเนื่องจากพื้นที่เป็นเนินเขา ทำให้ยากในการก่อสร้าง



ห้อง Superior


ห้อง Superior เป็นห้องพักที่มีขนาดพื้นที่รวม 45 - 50 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ากว้างขวางมากๆ 


ภายในห้องเมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับห้องน้ำตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ถัดมาจะเป็นตู้เก็บของ ตู้นิรภัย เสื้อคลุมอาบน้ำ ไฟฉาย รองเท้าแตะใส่ในห้อง


ลักษณะของเตียงนอนจะมีทั้งแบบเตียงใหญ่ King-size bed และ Twin Bed ส่วนการวางเตียง บางห้องจะหันด้านข้างให้กับระเบียง ส่วนบางห้องจะหันปลายเตียงไปทางระเบียง ชอบแบบไหน ก็รีเควสกันได้ครับ และที่สำคัญเตียงของที่นี่จะใหญ่กว่าเตียงขนาดมาตรฐานประมาณ 15-30 เซนติเมตร หรือ เรียกอีกอย่างว่าเตียง Twin-King

จริงๆ แล้วห้องพักแบบ Superior กับ Deluxe จะคล้ายกันมาก ขนาดห้องก็ใกล้เคียงกัน หลักๆ ที่ต่างกันก็ตรงวิวด้านหลังห้องเนี่ยแหละครับ ห้อง Superior จะอยู่ชั้นเตี้ยกว่า ทำให้มองไม่เห็นไปไกลถึงทะเล เพราะโดนต้นไม้บัง วิวที่เห็นจึงเป็นวิวหนองหาน หรือ เรียกว่า Lake View


ห้องน้ำกว้างขวางมาก สำหรับห้องพักแบบ Superior และ Deluxe จะไม่มีอ่างอาบน้ำให้นะครับ





ห้อง Deluxe
ห้องพักแบบ Deluxe จะมีขนาดเท่ากับห้องแบบ Superior และในส่วนของ layout เหมือนกันเลยครับ แต่ห้องพักแบบ Deluxe จะอยู่สูงกว่าและสามารถมองเห็นวิวทะเล หรือ Ocean View

เดินเข้ามาด้านในจะเจอโต๊ะทำงาน  อ้อ!อยากบอกว่า WIFI ที่นี่แรงและไม่หลุดเลยครับ โหลดภาพสะใจมาก เพราะปกติผมจะเก็บไฟล์ใส่ Dropbox ทุกครั้งเวลาเดินทางไปเที่ยวที่ไหน ซึ่งปกติจะโหลดไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่ เพราะว่าไฟล์ที่ผมถ่ายจะใหญ่มาก โหลดใช้เวลานาน แต่ที่ สันติ์สุริย์ ผมสามารถโหลดไฟล์ทั้งหมดที่ถ่ายไว้ใส่ใน Dropbox ได้ครบเรียบร้อย สุดยอดจริงๆ 









ห้อง Grand Deluxe
ห้อง Grand Deluxe จะมีขนาดกว้างกว่าห้อง 2 แบบแรกนิดหน่อยครับ

ดูขนาดพื้นที่ภายในห้องพัก กว้างจริงๆ




ห้องพักแบบ Grand Deluxe จะมีอ่างอาบน้ำให้ครับ ซึ่งเป็นห้องเริ่มต้นของทางรีสอร์ทที่มีอ่างอาบน้ำให้





ห้อง Suite
มาดูสวีทกันต่อเลยครับ ห้องนี้เป็นห้องที่เราพักกัน ซึ่งภายในห้องกว้างมากๆ เพราะว่าพื้นที่ทั้งหมด 90 ตารางเมตร

Welcome fruit

ภายในห้องจะแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน และ ด้านหลังเป็นระเบียงขนาดใหญ่มากๆๆ


บริเวณห้องนั่งเล่น


ชุดโต๊ะทานอาหาร

ในตู้ตรงเคาน์เตอร์มีชุดจานช้อนซ่อมให้ทั้งหมด 4 ชุด เผื่อจะนำอาหารมาทานในห้องพักกัน





เข้ามาดูภายในห้องนอนกันบ้างครับ

ตัวห้องนอน กับห้องนั่งเล่น จะมีประตูเลื่อนกั้นปิดได้ครับ

ผมชอบการตกแต่งของที่นี่มาก ไม่ว่าจะเป็นการคุมโทนสี ที่เน้นเฉพาะสีกลุ่มเอิร์ธโทนเป็นหลัก ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ ทำให้ดูอ่อนนุ่มเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

แผงควบคุมทุกอย่างอยู่หัวเตียง



เตียงใช้ฟูกอย่างหนานอนสบาย บอกแล้วครับที่นี่เค้าใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ


ตัวห้องน้ำเชื่อมต่อกับตัวห้องนอน แต่ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเลื่อนผ้าม่านกั้นไว้ได้ครับ

แค่ขอบกระจกส่องหน้ากูดูเลอค่ามากๆ แล้วล่ะครับ ทุกห้องเค้าใช้แบบนี้หมดครับ





ห้อง One Bedroom Ocean View Pool Villa
พอดีช่วงที่เราเข้าพักเต็มทุกห้องเลยไม่สามารถเข้าไปเก็บภาพได้ แต่ผมขอยืมภาพจากทางรีสอร์ทเพื่อเอามาใส่ในรีวิวให้ชมกันแทนน่ะครับ










ห้อง Two Bedroom Pool Villa
ห้องพักแบบพูลวิลล่า 2 ห้องนอน เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่มาก เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ ตัวห้องพักตั้งอยู่ด้านบนสุดของรีสอร์ท ด้วยความที่ตัวห้องพักตั้งอยู่สูงที่สุดทำให้สามารถมองเห็นวิวของท้องทะเลและหนองหานได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะวิวจากบน Rooftop ของตัวที่พัก ที่สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว

เปิดประตูเข้ามาจะพบกับพื้นที่ส่วนนั่งเล่น มีโซฟา ทีวี และ โต๊ะทานอาหาร



ถัดเข้ามาอีกห้องเป็นนอนใหญ่ ด้านบนหัวเตียงเป็นโต๊ะทำงาน



ปลายเตียงหันไปทางวิวทะเลหรือสามารถเปิดประตูออกไปเพื่อลงว่ายน้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวได้เลย 







ชมบรรยากาศพื้นที่ชั้นหนึ่งไปแล้ว เดี๋ยวขึ้นบันไดไปดูชั้นสองกันต่อเลยครับ



จากชั้นสองมองลงมา




บริเวณพื้นที่นั่งพักผ่อนด้านหลัง

ถ้าจะเดินขึ้นไปชั้นสอง จะต้องออกมาด้านนอก เพราะว่าบันไดจะอยู่ด้านข้าง


ชั้นสอง เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วนของห้องนั่งเล่น





ห้องนอนเป็นแบบเตียง Twin Bed ซึ่งในส่วนของห้องนอนได้ถูกจัดให้อยู่ในส่วนที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสวยงาม





ภายในห้องน้ำชั้นสอง




นอกจากนั้นสำหรับห้องพักแบบ Two Bedroom Pool Villa ยังมีชั้นบนเป็น Rooftop ซึ่งสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับสังสรรค์ หรือ ขึ้นไปชมวิวสวยๆ แบบ 360 องศาได้เลยครับ



สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพัก
  • เตียงนอนแบบ king-size และ Twin bed
  • ระเบียงหลังห้อง
  • Rain Shower
  • เครื่องชงชา กาแฟ
  • FREE WIFI
  • เคเบิ้ลทีวี กว่า 30 ช่อง
  • pay per view movie
  • มินิบาร์
  • ตู้เซฟ
  • ไดร์เป่าผม
  • TV ระบบ VDA



สำหรับห้องพักทั้งหมดที่เราพาชมก็มีเท่านี้นะครับ


อีกหนึ่งความใส่ใจของทางรีสอร์ทที่เห็นได้ชัดคือ บริเวณด้านหน้าห้องพักเกือบทุกห้องจะมีตู้ดับเพลิงสีแดงตั้งอยู่


รวมถึงในช่วงกลางคืน ทางรีสอร์ทเปิดไฟทางไว้ค่อนข้างเยอะ นอกจากจะทำให้ดูสวยแล้ว ยังทำให้รู้สึกปลอดภัย





อาหารเช้า และ ห้องอาหารภายในรีสอร์ท

ห้องอาหารของทางรีสอร์ทมีให้บริการดังนี้
  • Sail Restaurant ให้บริการอาหารเช้า กลางวัน และ เย็น
  • Sip Bar & Wine Cellar ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม คอกเทล วิสกี้ เบียร์ สามารถสั่งอาหารจาก Sail Restaurant ไปนั่งทานได้ ปกติลูกค้าจะนิยมมานั่งจิบเครื่องดื่มในช่วงกลางคืน
  • Surf Restaurant ให้บริการอาหารริมสระว่ายน้ำ
  • Surf Pool Bar ให้บริการเครื่องดื่มริมสระว่ายน้ำ



ตื่นเช้าเตรียมตัวออกไปทานอาหารเช้ากันครับ

วันนี้อากาศดีกว่าเมื่อวานหน่อยครับ เมื่อวานนี้ฟ้าเป็นสีขาวเลย เป็นเพราะหมอกควันจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นทุกปี แต่ปีนี้หนักสุดเลย..


จากระเบียงหลังห้องพัก สามารถมองเห็นวิวทะเล และ หนองหานได้อย่างชัดเจน



ได้เวลาทานอาหารเช้าแล้วล่ะครับ


สำหรับอาหารเช้าจะทานที่ห้องอาหาร Sail Restaurant ซึ่งเปิดให้บริการอาหารเช้าตั้งแต่ 06.00 - 10.30 น.
จากรูปด้านบนนี้ ชั้นบนเป็น Sip Bar ซึ่งเปิดให้บริการอาหารกลางวันช่วงเที่ยง และ อาหารค่ำตั้งแต่ 18.00 - 22.30 น.

ส่วนชั้นล่างถัดลงมาเป็นห้องอาหาร Sail Restaurant ซึ่งเป็นส่วนที่เรากำลังจะไปทานอาหารเช้ากันครับ สำหรับเวลาเปิดทำการ ก็เหมือนกับที่ Sip Bar & Wine Cellar เลยครับ คือ หลังจากเสิร์ฟอาหารเช้าแล้ว ช่วงเที่ยงก็เสิร์ฟอาหารกลางวัน และ ช่วงเย็นก็เป็นอาหารค่ำ เริ่มตั้งแต่ 18.00 - 22.30 น.





ที่นี่เค้าเน้นความสดใหม่เป็นพิเศษครับสำหรับอาหาร ดังนั้นอาหารหลายๆ ประเภท เค้าจะปรุงให้ทานสดๆ มีอะไรบ้างให้ลองเดินมาที่ตรงส่วนปรุงอาหารนี้ดูนะครับ แต่ที่เห็นๆ มี แพนเค๊กอันนึงล่ะครับ ปกติจะเห็นแต่ที่เค้าทำแล้ววางไว้ให้ทาน แต่ที่นี่เค้าจะทำให้ทานกันสดๆ เพราะเค้าบอกว่ามันอร่อยกว่าทำแล้ววางทิ้งไว้


สำหรับอาหารเช้ามีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายครับ แต่ที่นี่เค้าจะไม่มีอาหารญี่ปุ่น พวกซูชิ เพราะว่าซูชิจะมีส่วนผสมของน้ำส้ม ซึ่งถ้าวางทิ้งไว้จะทำให้น้ำส้มที่อยู่ในข้าวไหลออกมาทำให้รสชาติเปลี่ยนไปไม่อร่อยเหมือนทำสดๆ และ อาหารที่นี่จะมีการปรับเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าการมาพักแต่ละครั้งเราอาจจะเจอกับอาหารใหม่ๆ ไม่ซ้ำเดิม



ผมขอคาปูชิโนร้อนมานั่งจิบแล้วชมวิวไปเพลินๆ ก่อนละกัน






ตามมาด้วยสลัดเป็นออร์เดิร์ฟ



หลังจากนั้นของหนักก็ตามมาอย่างไม่ขาดสาย

Egg Benedict อร่อยมากๆ ครับ อันนี้เป็นเมนูโปรดเลย ไปพักที่ไหนต้องสั่งเสมอ


ก๋วยเตี๋ยวอร่อยดีครับ น้ำซุปกลมกล่อม


ข้าวต้มหมูสับ


และที่ขาดไม่ได้ก็เมนูข้าวราดแกงแบบไทยๆ



ล้างปากด้วยผลไม้


สรุปว่าเมนูอาหารเช้าผ่านครับ
1. มีให้เลือกหลากหลาย
2. รสชาติอร่อย
3. อาหารเน้นความสดใหม่





ต่อกันด้วยมื้อกลางวันครับ
มื้อกลางวัน พวกเราขึ้นมาทานที่ห้องอาหาร Sip Bar & Wine Cellar แทนครับ เพราะว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ช่วงกลางวันถ้าออกมานั่งด้านนอกเกรงว่าจะร้อนไปหน่อย เลยขอเข้าไปข้างในดีกว่าครับ เดี๋ยวช่วงค่ำค่อยมาชิลล์ตรงนี้อีกที


การตกแต่งสวยมากครับ บริเวณโดยรอบจะเน้นความโปร่ง เพื่อให้แสงธรรมชาติจากด้านนอกส่องเข้ามาภายในได้อย่างเต็มที่


พนักงานกำลังจัดอาหารสำหรับมื้อกลางวัน


เชฟ Peter ขึ้นมาเสิร์ฟด้วยตัวเองเลยครับ
ผมเลยได้มีโอกาสพูดคุยกับเชฟอยู่พักใหญ่
เชฟ Peter บอกว่า อาหารที่นี่จะเน้นเมนูอาหารที่เป็นอาหารพื้นเมือง ที่คนภูเก็ตนิยมทานกัน
โดยนำอาหารพื้นเมืองเหล่านั้นมาตกแต่งใหม่ แต่ยังคงรสชาติให้เหมือนเดิม

ซึ่งคอนเซ็ปนี้เป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่ต้องการทานอาหารพื้นเมืองของชาวภูเก็ต แต่ไม่ต้องขับรถออกไปเที่ยวตระเวณหาร้านจากด้านนอกที่พักให้ยุ่งยาก

เพราะนอกจากการเน้นในเรื่องรสชาติแล้ว วัตถุดิบต่างๆ ต้องสดและได้มาตรฐาน


แกงปูใบชะพลู


ข้าวผัดต้มยำกุ้ง


หมูฮ้อง


ข้าวเหนียวมะม่วง


สำหรับเครื่องดื่มยอดฮิตของเกาะภูเก็ตก็คือ น้ำมะพร้าว
โดยเฉพาะต่างชาติชอบมากๆ เลยครับ ตลอดช่วงเวลาที่พักที่นี่เห็นฝรั่งนั่งดื่มน้ำมะพร้าวกันเยอะมาก




Tropicana :  มีส่วนผสม มะม่วง มะละกอ น้ำส้ม น้ำสัปปะรด น้ำมะนาว และ น้ำเชื่อม ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ



ทานอาหารกลางวันเรียบร้อย ไปนั่งริมสระว่ายน้ำกันต่อเลยครับ ที่ Surf Pool Bar



และที่พลาดไม่ได้เลยครับ สำหรับเครื่องดื่ม Signature ของสันติ์สุริย์ ภูเก็ต
" Sunsuri Signature Drink"

ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นมากๆ ครับ หอมกลิ่นสมุนไพรไทยมาก


Lychee Refresher : ส่วนผสม น้ำมะนาว ใบสะระแหน่ และ ลิ้นจี่


Passion Lime : ส่วนผสม น้ำมะนาว น้ำแอปเปิ้ล ใบสะระแหน่ น้ำสไปรท์




Surf Pool Restaurant
Surf Pool Restaurant เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ติดกับ Surf Pool Bar เพื่อให้บริการอาหารสำหรับลูกค้าที่เล่นน้ำอยู่ที่สระว่ายจะได้ไม่ต้องขึ้นไปทานที่ห้องอาหาร Sail Restaurant เพราะว่าทานตรงนี้จะใกล้กับสระว่ายน้ำทำให้สะดวกกว่า




ยามค่ำคืนที่ สันติ์สุริย์ ภูเก็ต


สำหรับในช่วงค่ำที่ห้องอาหาร Sail Restaurant จะเปิดให้บริการอาหารค่ำ ซึ่งสำหรับผมและครอบครัวแล้ว พวกเราฝากท้องมื้อเย็นกันที่นี่ เพราะว่ารู้สึกสะดวกและราคาไม่ได้แพงเกินไปเท่าไหร่

เมนูอาหารค่ำจะมีให้เลือกเป็นเซ็ตทำให้ยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่เลยครับ พวกเราสั่งเซ็ตที่มี ทอดมันปลา ผัดเปรี้ยวหวานปลา แกงเขียวหวานไก่ ต้มจืดหมูสับ และ ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเปล่า สำหรับ 2 คน
ราคา 799 บาท รสชาติอร่อย กลมกล่อมดีครับ
สำหรับใครที่ดื่มเครื่องดื่มเยอะๆ ก็สามารถจ่ายแบบ All you can drink หรือ เรียกว่า Free Flow ก็ได้ครับ ราคา 300 บาท มีเครื่องดื่มให้หลากหลายครับ ทั้ง ซอฟต์ดริ้ง เบียร์ ไวน์ ให้เราได้นั่งจิบตั้งแต่ 18.00 - 22.00 น.


เมื่อทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว พวกเราก็ขึ้นไปนั่งชิลล์กันต่อที่ Sip Bar & Wine Cellar ขอบอกว่าบรรยากาศดีมากๆ เลยครับ



ช่วงกลางคืน ที่บริเวณสระว่ายน้ำจะเปิดไฟสว่างเป็นแสงสีฟ้าอยู่กลางรีสอร์ท ดูแล้วสวยงามจริงๆ



นั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ดูดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า แสงไฟจากสระว่ายน้ำด้านล่าง และ แสงไฟจากตัวอาคาร เท่านี้ก็สร้างความประทับใจในช่วงค่ำคืนให้กับพวกเราแบบไม่มีวันลืมแล้วล่ะครับ





มีอะไรให้ทำบ้างที่ Sunsuri Phuket
  
กิจกรรมที่สันติ์สุริย์ มีหลากหลายเลยครับ
  • สระว่ายน้ำขนาดใหญ่บริเวณกลางรีสอร์ท
  • Kid's Club
  • Fitness & Gym
  • Spa
  • หรือ จะเดินไปเล่นที่หาดในหาน ก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่
  • จักรยาน ทางโรงแรมมีจักรยานไว้บริการแขกที่มาพักวันละ 2 ชั่วโมง
  • Games room เครื่องเล่นเกมส์ WII และ X box สำหรับเด็กโต  หรือโต๊ะ Pool สำหรับผู้ใหญ่



เรามาเริ่มที่สระว่ายน้ำกันเลยครับ เพราะว่า สระว่ายน้ำของที่นี่ถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของลูกค้าในรีสอร์ทเลยล่ะครับ ลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับการพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ 




สระว่ายน้ำที่นี่ถูกออกแบบได้ดีมาก ถึงแม้ลูกค้าที่นี่จะมีจำนวนมาก แต่เมื่อทุกคนลงมาพักผ่อนที่บริเวณสระว่ายน้ำ ก็ไม่ได้ดูวุ่นวายเลย เพราะว่าสระว่ายน้ำที่นี่ จะถูกออกแบบให้แยกเป็นส่วนๆ คร่าวๆ มีทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกัน ซึ่งสระแต่ละส่วนก็จะเล่นระดับลดหลั่นกันไปเป็นขั้น บางส่วนมีกำแพงกั้นไว้ให้ดูพองาม ไม่ถึงกับบดบังสายตาจนรู้สึกอึดอัด



ถึงแม้สระว่ายน้ำที่สันติ์สุริย์ ภูเก็ต จะเป็นระบบคลอรีน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไม่รู้สึกระคายผิว ถึงแม้จะแช่น้ำเป็นเวลานาน และ สระว่ายน้ำใส สะอาดมากๆ


สไลเดอร์ ก็ถือว่าเป็นเครื่องเล่นที่สร้างความสนุก และ เป็นเครื่องเล่นยอดฮิตของลูกค้าที่พักที่นี่เลยล่ะครับ





เรามาดูเครื่องเล่นไฮไลท์ของสันติ์สุริย์กันดีกว่าครับ
ลักษณะเป็นแท่นกระโดดระดับความสูง 4 เมตร ลงไปในสระน้ำลึก 4.6 เมตร


เด็กๆ ชอบกันมาก กระโดดกันหลายรอบเลย



ผู้หญิงก็ใจกล้ากระโดดกันเป็นว่าเล่น



ส่วนฝรั่งคนนี้โดดเป็นสิบรอบ ดูเพลินเลย



แล้วผมจะรออะไรล่ะครับ???


มาทางสไลเดอร์ละกันครับ อิๆ



ใครอยากวัดใจลองมาดูได้นะครับ



นอกจากนั้นยังมี Playground ให้เด็กๆ ได้เล่นอีกด้วยครับ





Soothe Spa
ห้องสปาที่นี่จะมีทั้งหมด 3 ห้อง ให้บริการนวดแบบอายุรเวช อโรม่าเธอราพี นวดแผนไทย


หรือจะมาผ่อนคลายในอ่างจากูซซี่ก็ได้ครับ




Sandbox Kid's Club and Games room
ห้อง kid's club ที่นี่ถือว่าดีมากๆ ขนาดกว้าง และ มีของเล่นให้เด็กๆ ได้เล่นเพลินทั้งวัน




เล่นน้ำที่หาดในหาน
สันติ์สุริย์ ภูเก็ต ตั้งอยู่ใกล้กับหาดในหาน ซึ่งหาดแห่งนี้ถือว่าเป็นหาดที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยความที่หาดแห่งนี้ไม่ได้มีถนนใหญ่ตัดผ่าน ทำให้บริเวณหาดไม่ค่อยวุ่นวาย รวมถึงหาดทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลที่คลื่นลมไม่แรงมากนัก เพราะว่าทั้งสองฝั่งของหาดมีแหลมยื่นออกไปเพื่อกั้นแรงลมพายุได้เป็นอย่างดี


จากตัวรีสอร์ท เราสามารถเดินเท้าไปก็ได้ เพราะว่าระยะทางประมาณ 800 เมตร หรือ ถ้าใครจะใช้บริการ shuttle bus จากรีสอร์ทไปที่หาดในหาน ทางรีสอร์ท มีบริการรับส่งวันละ 5 รอบ นะครับ






สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าพักที่ Sunsuri Phuket




  1. ชอบการออกแบบทั้งในแง่ของสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายนอก ภายใน และ แลนด์สเคป ดูแล้วลงตัวมากๆ
  2. ห้องพักกว้าง สะอาด เตียงนอนหนานุ่ม นอนสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน สิ่งที่พูดมาคือมาตรฐานตั้งแต่ห้องระดับเริ่มต้นเลยนะครับ และ ที่รีสอร์ทแห่งนี้มีระบบให้เราสามารถสั่งอาหารหรือการบริการผ่านหน้าจอทีวีด้วยนะครับ ทันสมัยสุดๆ
  3. การบริการดีเยี่ยม ไม่ว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ตรงมุมไหนของตัวรีสอร์ท พนักงานที่ให้บริการอยู่ในแต่ละจุดจะดูแล ทักทาย พูดคุยกับพวกเราอย่างเป็นกันเอง (แอบได้เห็นตอนเช็คเอาท์ มีพนักงานคนนึงกำลังจะเข้าไปทำข้อสอบของทางรีสอร์ท ซึ่งนี่คือการรักษาระดับมาตรฐานความรู้และการบริการของพนักงานภายในรีสอร์ท)
  4. อาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลาย และ รสชาติอร่อย ถูกปากมากๆ ถึงแม้ที่นี่จะมีลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก แต่รสชาติของอาหารก็ไม่ได้ถูกดัดแปลงจนทำให้คนไทยอย่างเรารู้สึกว่าจืดเกินไป
  5. อาหารในห้องอาหารของทางรีสอร์ท ราคาไม่สูง และ รสชาติดี โดยเฉพาะอาหารพื้นถิ่นที่มีให้ทาน ทำให้ไม่ต้องออกไปเสียเวลาหาทานจากนอกโรงแรม
  6. สัญญาน WIFI อันนี้ขอแยกออกมาเป็นอีกหัวข้อความประทับใจเลยครับ เพราะว่าสัญญาน WIFI ที่นี่แรงและไม่มีหลุดเลยครับ เหมาะมากสำหรับบล็อกเกอร์และตากล้องอย่างผมที่ชอบโหลดภาพจำนวนมากไปเก็บไว้ใน Cloud Storage ในช่วงก่อนนอนของทุกคืน
  7. สระว่ายน้ำของทางรีสอร์ท ถูกออกแบบได้ดีมาก จากระเบียงด้านหลังของห้องนอนทุกห้องสามารถมองลงมาเห็นสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางรีสอร์ท และ ลักษณะของสระว่ายน้ำก็ถูกออกแบบให้เป็นลักษณะเล่นระดับ ดูแล้วไม่น่าเบื่อ และถึงแม้ลูกค้าจำนวนมากจะลงมาเล่นที่สระว่ายน้ำ แต่ก็ไม่ทำให้ดูวุ่นวาย เพราะสระว่ายน้ำได้ถูกแอบแบ่งแยกจากกันให้กลายเป็นสระย่อยๆ ถึง 5 สระ เวลาลงเล่นน้ำจะดูเหมือนเล่นอยู่ด้วยกัน แต่สระแต่ละสระจะมีขอบเขตของตัวเอง และที่ชอบคือสระว่ายน้ำเป็นระบบน้ำเกลือทำให้เวลาลงเล่นแล้วไม่รู้สึกระคายผิว เด็กๆ ลงเล่นได้สบายครับ
  8. กิจกรรมที่นี่มีให้ทำเยอะ จนไม่ต้องออกไปไหนเลย ทั้งสระว่ายน้ำ , playground , kid's club , fitness , สปา
  9. ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภูเก็ต เช่น หาดในหาน ซึ่งเป็นหาดที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหาดที่สวยที่สุดในประเทศไทย 2 ปีซ้อน (2014 & 2015) โดย Tripadvisor 
  10. รร.ไปหาดในหาน ทางโรงแรมมี Shuttle bus ไว้บริการวันละ 5 รอบ ระยะทางจากตัวรีสอร์ทไปที่หาดประมาณ 800 เมตร นอกจากนั้นตัวรีสอร์ทยังอยู่ใกล้กับแหลมพรหมเทพซึ่งสามารถขับรถไปเที่ยวได้โดยใช้เวลาแค่ประมาณ 10 นาที เท่านั้น และ อาจจะแวะทานอาหารทะเลสดๆ แถวหาดราไวย์ ก็ถือว่าสะดวกมากๆ




เช็คราคา และ การจองห้องพัก

ราคาเริ่มต้นเฉลี่ย 3,500 - 48,000 บาท / คืน
(หมายเหตุ : ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับช่วงวันเวลาเข้าพัก)







ติดต่อจองห้องพัก
โรงแรมสันติ์สุริย์ ภูเก็ต
11/5 หาดในหาน หมู่ที่ 1 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83130
โทร. +66 76 336 400




แผนที่ Sunsuri Phuket
พิกัด GPS 7.779380, 98.308403


คลิก Like เพื่อติดตามข้อมูลท่องเที่ยวจากพวกเราได้ที่นี่

บทความที่ได้รับความนิยม